เอนทรี่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์

 

----------------------------------------------------------

 

 

ข้อมูลตัวละคร

 

1. ชื่อจริง / นามสกุล / (ชื่อเล่น)

- ทัศนัย โพสาวัง (ซายน์)

- Thatsanai Phosawang (Sine)

 

 

 

2. อายุ

- 16 ปี

 


3. วัน เดือน ปี เกิด

- 15 มีนาคม พ.ศ. 2540

 


4. เพศ / รสนิยมทางเพศ

- เพศชาย / ชอบผู้หญิง

 


5. ส่วนสูง-น้ำหนัก

- สูง 174 เซนติเมตร หนัก 60 กิโลกรัม

 


6. รูปพรรณสัณฐาน

- ผมสั้นสีดำ เห็นหน้าผาก

- ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ตาสองชั้น

- ผิวเหลืองออกขาว ๆ หน่อย

- หุ่นสมส่วน ไม่ผอม ไม่อ้วน

- ชุดนักเรียนเมื่อเข้าโรงเรียนลูกบาศก์เป็นเครื่องแบบโรงเรียนถูกระเบียบ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว เอาเสื้อเข้าข้างในกางเกงตามปกติ กางเกงขาสั้นสีเขียวยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ถุงเท้าสีขาว รองเท้าผ้าใบสีดำ

 
 

 

รูปที่ใช้ในตอนสมัครโดย ผปค.

 

 

รูปโดย ผอ. โคค่อน

 

 

 

รูปอารมณ์ที่พบเห็นในปัจจุบัน (ม.5) โดย ผปค.

 

7. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมต่างๆของตัวละคร

คีย์เวิร์ด >> นิ่ง เก็บความรู้สึกเก่ง / ชอบบ่นด่าในใจ / คิดก่อนทำ/ มีเหตุมีผลกับการพูดและการกระทำ / หูไวตาไว ช่าง สังเกต

 

นิ่ง เก็บความรู้สึกเก่ง

:: พยายามทำตัวเองไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาของใครด้วยการไม่เผยความรู้สึกทั้งทางสีหน้าหรือคำพูดให้ใครรู้โดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะดีใจหรือเสียใจหรืออารมณ์ไม่ดีต่อหน้าคนอื่นก็จะเป็นสีหน้าปกติ แต่ความคิดความรู้สึกในหัวจะไปก่อนการแสดงออกภายนอก เช่น สอบได้คะแนนเต็มก็ดีใจ แต่ว่าจะไม่แสดงออกให้ใครเห็นเลยดูเป็นคนนิ่ง ๆ ไป

:: มีรอยยิ้มเล็ก ๆ บ้างในเวลาที่รู้สึกผ่อนคลาย ได้เจอได้ทำสิ่งที่ชอบ หรือไม่ได้มีเรื่องทุกข์ร้อนใจอะไร เช่น ตอนเล่นกับลูกแมวหรือตอนนั่งทำงานอยู่ในห้องเงียบ ๆ เป็นต้น

 

:: แม้ว่าภายนอกจะเป็นคนที่ดูนิ่ง ๆ แต่ก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนที่เข้าหาง่าย เพราะปกติก็ไม่ได้บึ้งตึงอะไรและก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองจากคน แปลกหน้า เข้ามาคุยก็คุยด้วย แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งเจ้าตัวเริ่มรำคาญใครก็จะพยายามตีตัวออกห่างคนนั้นเอง โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

 

:: จะพูดและเผยความรู้สึกตัวเองก็ต่อเมื่ออยู่กับเพื่อนสนิทและไว้วางใจได้เท่านั้น

 

:: ปัจจุบัน ม.5 แล้ว อาการเก็บความรู้สึกไม่พอใจเริ่มเก็บไม่ค่อยอยู่ (เพราะนั่งใกล้กับเพื่อนที่ทำให้เครียดบ่อย ๆ) เวลาเห็นอะไรไม่พอใจเลยอาจจะขมวดคิ้วหรือพูดขัดบ้าง  (ถึงยังไงโดยรวมไม่ค่อยต่างจาก ม.4 เท่าไหร่)

 

 

 

ชอบบ่นด่าในใจ

:: เวลาเจออะไรที่ไม่ชอบ เช่น เจอยุงกัด เจอสุนัขเห่าใส่ คนตะโกนคุยกันเสียงดัง ก็จะมีเสียงบ่นอยู่ในสมองอยู่เป็นพัก ๆ มีคำสบถและคำประชดประชันใน หัวซึ่งหากคนทั่วไปได้ยินอาจต้องชะงักได้ เพราะเป็นสิ่งที่เจ้าตัวไม่เคยแสดงออกมาหากไม่อารมณ์เสียถึงขีดสุดจริง ๆ

ตัวอย่างเช่น เจอยุงกัดไปสองจุดก็จะเริ่มคิดว่า "ทำไมพวกนี้มันไม่สูญพันธุ์ไปให้ซะหมดนะ โคตรน่ารำคาญ"

หรือในกรณีที่คนพูดกันเสียงดังก็อาจจะคิดว่า "อยู่ใกล้แค่นี้จะตะโกนข้ามหัวกันให้ได้อะไร แค่ช่วยเสียสละพลังงานซักหน่อยเดินไปกระซิบข้างหูกันโลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยล่ะ" เป็น ต้น

 

 

:: แต่ถ้าหากเจออะไรที่ไม่ชอบจนอารมณ์เสียจนถึงขีดสุด เช่น โดนแกล้ง โดนล้อ จนความเครียดสะสมมากก็อาจจะทนเก็บความคิดไว้ในหัวไม่ไหวแล้วพูดออกมา และสีหน้าที่ไม่ค่อยได้เห็นก็จะได้เห็นในจุดนี้ (แต่กรณีนี้จะเกิดขึ้นน้อยถ้าไม่ตื๊อจริง ๆ เพราะเจ้าตัวความอดทนสูงพอสมควร)

ตัวอย่างเช่น หากเพื่อนทำตัววุ่นวายหรือชอบมาเหน็บแนมเป็นประจำแทบทั้งชั่วโมง ก็จะทำตา ขวางแล้วพูดว่า "หนวกหูว่ะ อยู่เงียบ ๆ สักสิบนาทีมันจะเป็นอะไรมั้ย" ออกไปเสียงดังฟังได้ชัดเจน (ไม่ได้ตะโกนหรือทำเสียงกระโชกโฮกฮาก แต่ก็สัมผัสได้ว่าโกรธอยู่)

 

 

:: แต่ถ้าได้โกรธแล้วเจ้าตัวไม่ได้หายโกรธยากแต่อย่างใด บางทีผ่านไปวันสองวันก็ไม่คิด อะไรแล้ว หรือถ้าปรับความเข้าใจได้ก็อาจจะคืนดีในวันนั้นเลย

 

 

:: ในกรณีที่อยู่คนเดียวหรือไม่มีคนอยู่ใกล้ ๆ ตัว บางครั้งก็จะพูดความคิดในหัวของเจ้าตัวออกมาเป็นเชิงบ่นกับตัวเองได้(แต่ไม่มาก)

ตัวอย่างเช่น เพื่อนกำลังเตะบอลกันอยู่ในสนาม ส่วนตัวเองก็กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานกลุ่มคน เดียวอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนใกล้ ๆ กัน ก็อาจจะเงยหน้าขึ้นไปดูเพื่อนกลุ่มนั้นแล้วพูดประชดว่า "สนุกกันจังเล้ย" จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป

 

 

 

คิดก่อนทำ

:: คิดก่อนทำเสมอ ก่อนจะทำอะไรกับใครมักจะจำลองสถานการณ์หลังทำไว้ในหัวแทบทุกครั้ง ถ้าคิดว่าทำแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีก็จะไม่ทำ และบ่อยครั้งที่ยอมให้ตัวเองตกในที่นั่งลำบากโดยไม่ขอความช่วยเหลือคนอื่น เพราะคิด ว่าผลลัพธ์จะแย่กว่าเดิม

 

ตัวอย่างสถานการณ์

ขณะสอบปลายภาค

 

ซายน์ : (คิดในใจ) ซวยแล้วไง ลืมเอายางลบมา แล้วกราฟข้อนี้จะลบยังไงล่ะ ไม่มีพื้นที่เหลือให้เขียนใหม่ด้วย

 

ทันใดนั้นก็เหลือบไปเห็นยางลบก้อนโตในโต๊ะเพื่อน A ที่กำลังตั้งใจทำข้อสอบอยู่โต๊ะข้าง ๆ ที่ห่างออกไปครึ่งเมตร และจากนั้นก็หันไปหน้าห้องพบว่าครูกำลังจ้องเขาอยู่อย่างไม่ละสายตา

 

ซายน์ : (คิดในใจ) ถ้ายืมยางลบมันเดี๋ยวครูต้องหาว่าโกงชัวร์ แล้วเขาก็นั่งทำข้อสอบอยู่ถ้าสมาธิกระเจิงตูก็ผิดอีก

ซายน์ : (คิดในใจ) ช่างเหอะ แค่ห้าคะแนนเอง...

 

 


มีเหตุมีผลกับการพูดและการกระทำ

:: ชอบที่จะพูดคุยด้วยเหตุและผลมากกว่าความรู้สึก เช่น ถ้ามีคนบอกว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ในตัวแล้วจะปลอดภัยหรือร่ำรวยก็จะไม่เชื่อง่าย ๆ หากคนที่พูดนั้นไม่อธิบายเหตุผลให้ฟังว่าเพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้น

 

 

:: ยึดเหตุผลเป็นหลักในการพูดแสดงความคิดเห็น แต่ก็จะพยายามพูดโดยรักษาน้ำใจอีกฝ่ายไว้เสมอ เช่น มีเพื่อนหญิงใส่ชุดใหม่มาให้ดูแล้วมันไม่เข้ากับคนใส่เอาเสียเลย เขาก็จะบอกว่าหุ่นแบบนี้ถ้าเปลี่ยนได้ก็ไปใส่ชุดอื่นน่าจะดี กว่าเพราะสีมันจัดไปแล้วคนจะมองในภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเอาได้ ไม่ได้บอกแค่ "ไม่สวย อย่าใส่เลย"

 

 

:: ไม่สนใจกระแสสังคม สนใจแต่สิ่งที่ตนเองทำแล้วคิดว่าเหมาะสมแล้วเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมทางการเรียน รสนิยมการฟังเพลง งานอดิเรก ข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้กระทั่งด้านความคิด หากอธิบายให้เจ้าตัวฟังด้วยเหตุผล ไม่ได้ว่าทำไมต้องตามกระแสหรือตามแนวคิดคนอื่นเจ้าตัวก็จะไม่สนใจ

 

ตัวอย่างสถานการณ์

เพื่อน B : นี่ ๆ C กับ D ชวนไป Z (ชื่อร้านหนังสือ) จะไปป่าว

ซายน์ : ทำไมต้องไปล่ะ มีอะไรน่าสนใจเหรอ

เพื่อน B : ก็ไม่มีอะไรหรอก ไปยืนอ่านเฉย ๆ

ซายน์ : งั้นก็ไม่มีเหตุจำเป็นต้องไปสินะ หนังสือที่นั่นก็อ่านมาจนทั่วแล้วนี่นา ยังมีอะไรให้อ่านอีกเหรอ

เพื่อน B : อา นั่นสินะ..

 

 

 

หูไวตาไว ช่างสังเกต

:: เป็นคนช่างสังเกต จนบางครั้งจะดูเหมือนชอบจับผิด เวลาทำงานส่งครูหากมีคำที่เขียนผิดหรือลบแล้วลืมเขียนก็จะหาเจอได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนอื่นด้วย หากจำเป็นก็จะทักท้วงให้แก้ หรืองาน ศิลปะอย่างการวาดรูปก็จะเก็บรายละเอียดยิบย่อยได้เยอะ หรือวันนี้เพื่อนข้าง ๆ เปลี่ยนปากกาไปใช้ยี่ห้อใหม่ก็จะรับรู้ได้ทันที

 

:: อ่านความรู้สึกคนเก่งในระดับหนึ่ง โดยรับรู้ผ่านทางสีหน้า คำพูด การกระทำ หรืออะไรก็ตามที่สังเกตได้จากอีกฝ่าย

 

:: ข่าวสารบ้านเมืองมีอะไรเกิดขึ้นเจ้าตัวจะตามทันหมดเนื่องจากชอบไล่อ่านเอาตามอินเทอร์เน็ต

 

 

 

พฤติกรรมอื่น ๆ โดยทั่วไป

:: ปกติเป็นคนที่พูดไม่เยอะ แต่ก็ไม่ได้อายที่จะพูด แค่ไม่อยากพูดเท่านั้น ถ้าให้พูดรายงานหน้าชั้นเรียนก็ทำได้เป็นปกติเนื่องจากมีความคิดไหลวนอยู่ในหัวสมองตลอดเวลา เวลาพูดก็จะพูดได้ตรงประเด็นและพยายามไม่พูดให้เสียหาย (ถ้าได้พูดก็พูดตรง แต่ก็ถนอมน้ำใจคนฟังไปด้วยนั่นเอง)

 

:: ชอบ "ความสงบ" มากกว่า "เสียงดังเจี๊ยวจ๊าว" มาก ๆ

 

:: ไม่เล่นมุกตลก (เพราะเจ้าตัวคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นหรือสำคัญ) แต่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเวลามีคนมาเล่นด้วย

 

:: สุภาพกับคนแปลกหน้า และสุภาพกับคนที่สุภาพ นอกจากนั้นจะปฏิบัติตัวตามปกติ

 

 

 

8. การใช้คำพูด

:: พ่อแม่

> เรียกตัวเองว่า "ซายน์" เรียกพ่อว่า "พ่อ" เรียกแม่ว่า "แม่" มีหางเสียงเวลาพูดเสมอ ส่วนพ่อแม่เรียกซายน์ว่า "ซายน์"

> น้องซายน์เรียกซายน์ว่า "พี่ซายน์" ส่วนซายน์เรียกน้องด้วยชื่อเล่น "แทน"

 

 

:: เพื่อนสนิท

> ไม่มีสรรพนามการเรียกตัวเองที่แน่นอน จะใช้วนอยู่ 3 คำ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ คือคำว่า "เรา" "ข้า" "กู" และจะเรียกเพื่อนด้วย "ชื่อเล่น" "แก" "มึง" 3 คำเช่นเดียวกัน (อย่างไรก็ตาม กู ม