HW404

ชวนเพื่อนปลูกถั่วเขียว [Part 3]
 
 
ตัวละครที่เกี่ยวข้อง : ทัศนัย โพสาวัง(ซายน์) / คคนนันท์ รักษ์พิรุณ(ไอรัก)

 
 
 
"หนังสือที่ให้ไปยืม ...อ่านมาแล้วรึยัง"
"อ่านมาแล้วล่ะ"
 
"แช่น้ำมาแล้วสินะ  ถั่วเขียวน่ะ"
 
"อื้ม แช่มาแล้ว"
 
 
"ถ้างั้นก็ดี ไปถึงจะได้เอาถั่วลงกระถางซะที"
 
ผมพยายามชวนไอรัก คู่หูปลูกถั่วของผมคุยไประหว่างที่เดินทางไปทำภารกิจบ้า ๆ บอ ๆ นี้ให้เสร็จสิ้น
...และดูเหมือนว่าเธอจะให้ความใส่ใจกับงานมากกว่าที่คาดหวังเอาไว้พอสมควร
 
หลังโรงเรียน พื้นที่บริเวณนี้อยู่ใกล้กับป่า  คงไม่ต้องกังวลเรื่องวัตถุดิบการปลูกอย่างเช่นดินจะมีไม่พอ  และอากาศก็ยังเป็นใจ  แสงแดดส่องถึง  และคนก็ไม่ค่อยผ่านมาอีกด้วย...
....ดีกว่าปลูกในหลังห้องล่ะนะ
 
เมื่อเดินมาถึงส่วนที่เป็นป่า ยังดีที่มีพื้นเรียบพอให้ได้จัดเตรียมอยู่บ้าง ตอนปลูกจริงแอบกระถางไว้ในป่าหน่อยก็น่าจะดี
 
"เดี๋ยวจะขอจัดแบ่งถั่วเขียวก่อน  ทางนั้นเอาดินใส่กระถางมาแล้วกัน  มีอยู่หกกระถาง ใส่มาให้ครบล่ะ"
 
อีกฝ่ายยิ้มตอบก่อนที่จะเดินไปเอาดินใต้บริเวณต้นไม้แถวนั้นมาใส่กระถาง
 
 
เราเองก็ต้องทำงานแล้วสินะ..
ผมนั่งลงบนพื้นคอนกรีต  เปิดดูถุงถั่วเขียวที่ไอรักได้ไปจัดการแช่น้ำมา  ..มีงอกมานิดนึงจริง ๆ ด้วยแฮะ เมล็ดสวยกว่าของเราอีก  แต่อันนี้คงไม่เกี่ยวกับฝีมือ
 
ผมจัดเมล็ดถั่วออกมาเป็นกลุ่ม กลุ่มละสิบเมล็ด รวมทั้งหมดก็หกสิบเมล็ด ตอนแรกคิดว่าจะไม่พอเลยแอบไปซื้อมาเพิ่มเอาเอง กลายเป็นว่าใช้ไปไม่ถึงหนึ่งในห้าของถุงซะนี่ แต่แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอกับการทดลองแล้ว 
 
 
วันนี้ดูเหมือนแดดจะไม่ค่อยแรงมากอย่างที่คิดไว้  ทำให้ชวนอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด บวกกับบรรยากสศของธรรมชาติที่อยู่รอบ ๆ ก็ดึงร่างกายให้เข้าสู่งความผ่อนคลาย
 
"ซายน์ แค่นี้พอรึเปล่านะ"
เสียงของไอรักดังขึ้นข้างหลัง  ผมหันหน้ากลับไปดูพบว่าเธอยิ้มให้ดังที่เคยเป็น
 
แต่สิ่งที่พิเศษกว่าคือเธอมาพร้อมกระถาง..
 
ใส่ดิน....อยู่หนึ่งกำมือ  ไม่สิ ...   1/4 กำมือ
 
 
ฮัดเช้ยทีเดียวก็บินหนีหมดแล้วมั้งเนี่ย.......
 
"มันจะไปพออะไรเล่าแค่นี้น่ะ!"
 
"เห็นบอกว่าเอาดินมาใส่ แต่ไม่บอกว่าเท่าไหร่นี่นา"
เอาจริงหรือแกล้งเล่นเนี่ย  คนปกติเค้าพูดกันแบบนี้เรอะ...
 
"ไปใส่ดินมาให้เต็มก่อนไป  แค่นี้ใช้ปลูกไม่ได้หรอก"
ผมพยายามสงบสติตัวเองไว้แล้วตอบไปอย่างใจเย็น แต่เหมือนเธอจะไม่รู้สึกว่าตัวเองได้ทำอะไรผิดพลาดไปเลยแฮะ...
ถ้าสมองเธอประมวลผลไม่ได้ว่าต้องทำอะไร.. บางทีอาจจะต้องใช้คำสั่งที่มันรัดกุมกว่านี้หน่อย
 
 
5 นาทีต่อมา
ไอรักเดินมาพร้อมกับดินในกระถาง  ที่แต่ละกระถางเยอะจนแทบล้นออกมา...
 
เอามาถมสระน้ำเรอะ......
 
ผมหยิบกระถางเหล่านั้นมาปัดดินส่วนเกินทิ้ง 
จากนั้นก็หยิบถั่วที่เตรียมไว้ใส่ลงไปทีละกระถาง
 
เราจะมาหงุดหงิดกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้
 
"เดี๋ยวช่วยนะ" คู่หูที่ใช้การไม่ค่อยได้เท่าไหร่ของผมเอ่ยปากช่วย พร้อมกับนั่งลงข้างผม ชวนให้แอบกังวลว่าเธอจะทำอะไรพิเรนทร์ ๆ อีกหรือไม่
 
"ทำดี ๆ แล้วกัน"

 
เธอหยิบเมล็ดถั่วเหล่านั้นใส่กระถางอย่างที่ควรจะเป็น
เสร็จสิ้นการปลูกด้วยการรดน้ำ....
 
แค่นี้ก็ก้าวไปอีกขั้นแล้วสินะ
 
 
ผมมองไปที่หน้าของไอรัก และเธอก็หันมาสบตากับผมพอดี...  แสงแดดจากดวงอาทิตย์เริ่มส่อง  มีลมเอื่อย ๆ พัดมาอยู่รี่เรื่อย
มันเป็นครั้งแรกที่ผมสบตากับเธออย่างจัง  และแสงจากดวงอาทิตย์ทำให้ผมที่เคยดูเป็นสีดำของเธอเริ่มออกประกายน้ำตาลเล็กน้อย  แววตาเริ่มส่องให้เห็นสีเด่นชัดยิ่งขึ้น
 
แต่ทำไมเราต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาหนีด้วยนะ  ทั้งที่ปกติไม่เคยเป็นแท้ ๆ
ยังไงก็... ผ่านไปแล้วล่ะนะ..
 
"ยังทีอีกเรื่องที่ต้องทำนะ  "
ผมเริ่มสาวเท้าเดินออกไป
 
จุดมุ่งหมายคือศาลาริมทะเล  ส่วนไอรักก็ดูเหมือนจะเดินตามมา  จะไปที่นั่นทำไมน่ะเหรอ...
 
"รู้ใช่มั้ยว่าหลังจากนี้สองวันต้องทำอะไรต่อ"
ผมลองถามเธอในขณะที่กำลังเดินไปยังศาลาริมทะเล
 
"เอากล่องทึบเจาะรู้มาครอบถั่วเขียวสามกระถางใช่มั้ย"
ตอบได้ดี..
 
"อือ แต่ว่าเราไม่มีกล่องกระดาษที่เหมาะสมพอดีกับชุดทดลอง  เพราะงั้นเลยต้องเตรียมกระดาษแข็งมาทำเองไงล่ะ"
 
ผมพูดพลางล้วงม้วนกระดาษแข็งขนาดใหญ่ออกมาจากกระเป๋าสะพาย แล้วนั่งลงบนที่นั่งในศาลา
 
"ช่วยกันตัดหน่อยแล้วกัน  เขียนแบบมาไว้แล้วล่ะ  นี่..กรรไกร"
 
"ได้สิ" ไอรักยิ้ม
ผมยื่นม้วนกระดาษแข่งหนึ่งแผ่นพร้อมกรรไกรไปให้ไอรัก  จากนั้นคลี่ม้วนกระดาษแข็งออกมา เพื่อจะเริ่มตัดโดยมือขวาค่อย ๆ เลื่อนใบมีดคัตเตอร์ออกมาจากฝักของมัน
 
แล้วกรีดลงไปยังกระดาษอย่างไม่รีรอ...
 
ไล่ลงมา
 
.
.
ไล่ลงมา
.
.
จนถึงนิ้วชี้ของตัวเอง
 
คมมีดได้ผ่าทะลวงชั้นผิวหนังทั้งสองไปอย่างโหดเหี้ยม  ของเหลวสีแดงเริ่มไหลออกมาจากปลายนิ้ว  
ถ้าเอาถุงมาใส่แล้วบริจาคคงเอาไปช่วยชีวิตคนป่วยได้หลายคนเป็นแน่แท้...
 
มันใช่เวลามาคิดเรื่องแบบนั้นเรอะ!!!
 
ทิชชูในกระเป๋าก็ดูเหมือนจะไม่ได้เอามา  ผ้าเช็ดหน้าก็ไม่เคยพกด้วย...
ผมซ่อนมือเอาไว้ข้างหลัง เพื่อไม่ให้ไอรักที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันนักเห็น  เธอมองมาที่ผมแล้วดูเหมือนเธอจะแปลกใจอยู่เล็กน้อยที่ผมหยุดทำงานไป
 
ไม่อยากให้ใครเห็นน่ะสิ... ซุ่มซ่ามขนาดเอามีดกรีดนิ้วตัวเองได้เนี่ย
 
ไอ้เราก็ดันลืมนึกไปว่าทักษะด้านงานฝีมือก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ยังจะมาเสียงใช้คัตเตอร์อีก...
 
"ซายน์ ..?"
ไอรักเรียกหลังจากที่สังเกตได้ถึงความผิดปกติ
 
"..อะไร"
 
"เช็ดเลือดก่อนดีกว่านะ" เธอพูดโดยที่ใบหน้าก็ยังยิ้มอยู่เช่นเดิม
โดนเห็นจนได้สินะ.... เอาวะ ยังไงมันก็ปิดไม่มิดอยู่แล้ว
 
"..ไม่มีผ้าหรอกนะ"
 
"ถ้างั้น..."
ไอรักเดินเข้ามาหาผมพร้อมดึงชายเสื้อออกมาจากกระโปรง ก่อนที่จะจับมือซ้ายผมข้างที่โดนมีดบาดมา
 
แล้วใช้ชายเสื้อของเธอเช็ด...
"จะบ้าเหรอ เดี๋ยวเสื้อเธอก็เปื้อนหรอก"
ผมรีบดึงมือของตัวเองออก
"ไม่เห็นเป็นไรเลยซายน์ แค่ชายเสื้อเอง ยังไงก็ไม่เห็นอยู่แล้วนะ"
 
"พอเถอะน่า เราจัดการเองได้ ไม่ได้ให้มาเดือดร้อนด้วยซะหน่อย"
"งั้น..."
 
ไอรักจับมือผมไปอีกครั้ง แล้วดึงชายเสื้อของผมออกจากกางเกง
 
จากนั้นก็จับนิ้วผมไปเช็ดเลือด......อย่างไร้ความเกรงใจ
 
"โอเค หายกัน"
 
"เธอ......."
 
เสื้อเปื้อนน่ะ ไม่ได้ว่าหรอกนะ
แต่ไอ้ "โอเค หายกัน" นั่นน่ะ..
 
เธอคิดอะไรอยู่กันแน่.... ไอรัก...
 
.
.
หลังจากนั้นไอรักก็พาผมไปล้างแผลอยู่ห้องพยาบาล  ในสภาพที่เสื้อนักเรียนเปื้อนเลือดซะจนหมอทักว่าไปก่อคดีฆาตกรรมอะไรมา  ส่วนตัวไอรักสุดท้ายเธอก็บอกว่าจะขอตัดกระดาษที่เหลือเองทั้งหมด....
 
เอาจริงดิ...
 
 
 
2 วันต่อมา  ผมเดินไปดูต้นถั่วเขียวตรงที่ที่เคยปลูกไว้เพื่อสังเกตถึงความเจริญเติบโตที่เกิดขึ้น ไม่ได้นับเหมือนกันว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่.............
 
ราวกับว่าเมล็ดถั่วเขียวได้ถูกปลุกเสกมาก่อน ต้นถั่วที่ปลูกได้เลยโตเร็วมาก  คิดว่าน่าจะเริ่มขั้นตอนต่อไปได้แล้วล่ะมั้ง
 
ผมหยิบกล่องกระดาษที่ไอรักทำมาออกจากถุง  แล้วเอาครอบลงไปที่กระถางถั่วสามกระถางจากหกกระถาง  ที่เหลือก็คงต้องรอเก็บผล 
 
 
ผมยืนรออยู่บริเวณนั้นเป็นเวลากว่าสิบนาที
 
แต่นัดไอรักให้มารดน้ำพร้อมดูต้นถั่วด้วยกันตั้งแต่เช้าแล้ว  ทำไมยังไม่มาซักทีนะ... นัดเที่ยงยี่สิบแต่ตอนนี้ปาไปเที่ยงครึ่งแล้วเนี่ย
 
 
ไปนั่งรอก่อนก็ได้มั้ง...
 
ผมเดินเข้าไปยังศาลาริมทะเล  แต่ก็เห็นว่ามีใครบางคนกำลังอยู่ในศาลา
 
 
คนที่ผมกำลังเฝ้ารอ กลายเป็นว่าเหมือนเธอจะมานั่งรอก่อนผมเสียอีก
 
"มานานรึยั..."
ผมหยุดเสียงตัวเองไว้ก่อน เมื่อพบว่าผู้ที่นั่งอยู่นั้นกำลังหลับอยู่   ชอบนอนดึกรึยังไงกันนะ  ห้องสมุดก็ทีนึงแล้ว 
 
หรือที่ตรงนี้มันน่านอนมากนักรึไง
 
 
ตื่นมาช่วยกันรดน้ำหน่อยสิ
 
 
ผมยื่นมือไปเพื่อที่จะเขย่าตัวเพื่อปลุกเธอ
 
ยิ่งเข้าไปใกล้ยิ่งเห็นหน้าของเขาชัดขึ้น  หัวของเธอนั้นพิงกับเสาของศาลาเหมือนกับว่าเหนื่อยมานาน
ผมของเธอดูยุ่ง ๆ เล็กน้อยตามประสาคนนอนหลับ 
.
...
....
ผมหยุดมือของตัวเองเอาไว้ก่อน บางอย่างในตัวกำลังบอกว่าผมควรที่จะทำอย่างนั่น
 
ก่อนจะค่อย ๆ นั่งลงข้าง ๆ แล้วพิจารณาผู้ที่นอนหลับอยู่อย่างลังเล
 
 
ถ้าเธอตื่นขึ้นมาคงไม่ดีเท่าไหร่มั้งนะ...
ถ้าโดนปลุกอารมณ์คงจะเสีย..
ถึงจะหน้ายิ้มก็เถอะ...
แต่ถ้างั้นงานเราก็ได้ทำคนเดียวน่ะสิ...
ไม่ว่ายังไงเธอก็ช่วยอะไรไม่ได้มากอยู่แล้วล่ะ...
ไม่สิ ตอนที่ทำกล่อง ก็ถือว่าช่วยได้มากอยู่นี่นะ..
 
ตามปกติก็เห็นเจ้าตัวยิ้มอยู่ตลอด...
แต่พอเห็นหน้าตอนนอนหลับที่ถึงจะไม่ได้ยิ้มแต่ก็ดูจริงใจไม่ได้เสแสร้ง  แบบนั้นจะดูน่ารักมากกว่า...รึเปล่านะ...
 
 
 
คิดอะไรอยู่เนี่ย  แล้วเมื่อไหร่เธอจะตื่นสักที.....
 
"ตื่น ๆ  ไปรดน้ำกันได้แล้ว..."
 
ไอรักลืมตาขึ้นก่อนจะมองผมอย่างัวเงียเล็กน้อย  แล้วส่งยิ้มมาให้
 
ไม่เคยเปลี่ยนเลยสินะนิสัยนี่...
 
 
 
[- วันต่อมา -]
 
"ซายน์ดูนี่สิ"
 
ไอรักเรียกผมให้ไปดูต้นถั่วเขียวในกระถางที่ปลูกไว้
ผลที่ออกมาก็ไม่ได้ผิดจากที่คาดไปเท่าไหร่นัก ถึงแม้จะยังเห็นผลไม่มาก แต่ก็เห็นความแตกต่างของลำต้นถั่วเขียวของทั้งสองชุดทดลองอย่างเห็นได้ชัด
ลำต้นของต้นถั่วเขียวชุดที่เอากล่องมีรูไปครอบได้โค้งงอออกมาราวกับเล่นกล
 
 
ดันได้ผลจริง ๆ ด้วยแฮะ...
 
"มัวแต่ดูเดี๋ยวก็ไม่ได้รดน้ำหรอก เดี๋ยวขอไปเอาน้ำมาก่อนแล้วกัน"
ผมเดินไปยังกระเป๋าที่วางไว้ตรงพื้นไม่ห่างกันมากนักแล้วจัดการหยิบขวดน้ำสะอาดขนาด 1.25 ลิตร ออกมาจากกระเป๋า  ก่อนจะเดินกลับไปที่เดิมเพื่อไปรดน้ำต้นถั่วเขียว
 
 
 
แต่ว่าก็ต้องหยุดฝีเท้าตัวเองเอาไว้แรง ๆ ก่อน.....
แล้วค่อย ๆ ถอยหลังออกมาทีละน้อย  เมื่อพบกับไอ้นั่น...
 
จำได้ว่ามันเคยอยู่บนใบชาในโฆษณาไม่ใช่เหรอ.....
 
ไอ้บ้าเอ้ย !!!!
 
 
"ไอรัก...  ที่หัวน่ะ.."
ด้วยความที่รู้สึกว่าสงสารของผู้ที่ถูกหนอนตัวสีเขียวขนาดเท่าหัวแม่มือนั่นเกาะศีรษะอยู่ ผมจึงเตือนบุคคลที่อยู่ตรงหน้าด้วยความหวังดี
 
"เอ๋  มีอะไรเหรอ?"
 
เธอถามพร้อมกับเอามือปัดที่หัวไปข้างหลังอย่างเต็มแรง
แรงมากแค่ไหน?
 
"เฮ้ย  อย่านะ อย่าปัดมาทางนี้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
แรงมากพอที่จะทำให้ตัวหนอนนั่นปลิวออกมาเกาะอยู่ตรงลำตัวผมซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปสองเมตรได้
 
ผมรีบเอามือปัดสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวนั้นออกจากตัวอย่างรวดเร็ว  มันกระเด็นลอยไป ลายบนตัวมันที่ดูคล้ายดวงตานั้นราวกับว่ามันกำลังจ้องด้วยความอาฆาตมาที่ผม
 
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ขาตัวเองได้ทรุดลงไปบนพื้นดิน ขวดน้ำที่ถือมาร่วงหล่นลงบนพื้น
 
ความจริงมันจะไม่มีปัญหาเลย
ถ้ายัยนั่นไม่อยู่ตรงนี้  และไม่ปัดมันมาตั้งแต่ทีแรกน่ะนะ....
 
 
หนอนนั่นตอนนี้ปลิวไปไหนแล้วก็ไม่รู้  ผมนั่งตัวสั่นอยู่พักหนึ่ง ไอรักก็ดูเหมือนว่าจะสงสัยกับพฤติกรรมของผมเล็กน้อย   จึงได้ถามขึ้นพร้อมกับยื่นมือให้
"เป็นอะไรรึเปล่า?" เธอพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
 
 
"ม...ไม่เป็นไร.."
 
"หน้าซีดใหญ่เลย  ไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอ .."

ไอรักถามซ้ำโดยที่ใบหน้ายังคงไว้ด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม
 
อย่าถามมากจะได้มั้ย..ขอร้องล่ะ
 
 
"ไม่เป็นไรจริง ๆ น่า...  ไม่ต้องห่วง........"

พูดเสร็จผมก็ค่อย ๆ ลุกและเดินออกไป
 
อาการนี้ทำไมยังแก้ไม่หายซักทีนะ....
เป็นผู้ชายแท้ ๆ แต่ดันไปกลัวไอ้ตัวที่เล็กกว่าเป็นร้อยเท่าซะได้  ในใจเธอคงจะคิดอย่างนี้อยู่ก็ได้....
 
ใจนึงก็อยากที่จะโมโหใส่อยู่หรอกนะ....
แต่พอเห็นว่าเธอไม่ได้ตั้งใจทำก็ดันโกรธไม่ลงซะนี่
 
 
ผมกลับบ้านไปด้วยอาการหวาดระแวงว่าจะมีแมลงตัวนั้นเกาะอยู่ตามตัวหรือเปล่า
แม้กระทั่งกลางคืนก็ยังนอนฝันเห็นเจ้านั่นอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้าเลยแฮะ...
 
 
เช้าวันต่อมาจึงได้พยายามสะบัดเรื่องนั้นออกไปจากหัวซะแล้วไปโรงเรียนตามปกติอย่างที่เคยเป็น
หวังว่าวันนี้คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกนะ......
 
[ห้องเรียน - หลังเลิกเรียน]
 
"ซายน์ วันนี้ไปดูถั่วเขียวกันอีกมั้ย?"
 
จากเหตุการณ์เมื่อวาน ทำให้ผมปฏิญาณกับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ไปตรงที่ที่ปลูกถั่วเขียวนั่นอีกเป็นครั้งที่สอง...  จนกว่าหนอนนั่นจะกลายเป็นผีเสื้อ แล้วสิ้นอายุขัยไปซะ......
 
"เธอไปเถอะ... เย็นนี้คงไม่สะดวกเท่าไหร่... "
 
ผมพยายามหาข้อแก้ตัวเพื่อรักษาน้ำใจของเธอ  ไอรักพยักหน้าเข้าใจ พร้อมกับยิ้มให้ แต่ผมสัมผัสได้ถึงรังสีแปลก ๆ จากรอยยิ้มนั่น
 
ทันใดนั้นเธอก็พูดขึ้นมา
 
"ซายน์แบมือหน่อยสิ.."
 
หา?...
 
แบมือ เหรอ....
 
คงไม่ใช่ว่าจะเอาหนอนตัวเมื่อวานมาใส่มือหรอกนะ
ไม่หรอกน่า  ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าถ้าเจอแล้วจะเป็นยังไง  เธอก็ไม่น่าจะเป็นคนที่ชอบแกล้งใครขนาดนั้น
 
ถ้าเป็นอะไรที่น่าสนใจก็คงดี
 
ผมแบมืออกไปให้อีกฝ่ายตามคำขอ
จะเล่นอะไรอีกรึไงนะ
 
ทันทีที่ผมยื่นมือไปให้......
 
 !!!!!!
 
"เฮ้ย!!! ทำอะไรน่ะ!!""
ผมตะโกนออกไป.
 
......เมื่อพบว่าเธอเอาวัตถุลึกลับตัวเดียวกับเมื่อวานมาใส่ในมือผม อย่าง จง ใจ
 
 
 

"จงใจแกล้งรึไงกัน"
 
"ก็...ไม่ได้แกล้ง แค่อยากรู้ว่าซายน์กลัวเจ้านี่ใช่มั้ย?"
ก็กลัวน่ะสิ  สมองส่วนการรับรู้มีปัญหาเรอะ

"ตอนนั้นก็เห็นอยู่ไม่ใช่รึไง ดูไม่ออกเหรอ!"
 
 
"สมมติฐานต้องผ่านการทดลองซ้ำไปซ้ำมานะ เพื่อที่จะได้ทฤษฎีที่ถูกต้องไง"
เธอพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม  นั่นก็ทำให้อารมณ์เดือดของผมถูกกระตุ้นได้แรงขึ้นเป็นสองเท่า มันชักจะผิดที่ผิดเวลาไปหน่อยแล้ว...
 
"มันใช่เรื่องเรอะ ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว!"
 
 
 
"แล้วทำไมต้องกลัวล่ะ? เจ้าพวกนี้ตัวเล็กนิดเดียวเองน้าา"
 
เล็กบ้าเล็กบออะไรกัน

"พอเลย เธอไม่กลัวไม่ได้ความว่าคนอื่นจะเป็นแบบเธอซะหน่อย!!"

 

ผมรีบซอยเท้าเดินออกจากห้องเรียนที่แทบจะว่างเปล่า  ไม่มีแม้แต่ที่จะหันไปมองคนที่ผมพึ่งตวาดใส่ไป

ผมพยายามเร่งฝีเท้าตัวเองขึ้น  เพื่อหนีจากยัยนั่น

สิ่งเดียวที่ผมคิดได้ในตอนนี้คือ.....

 

จะไม่มีวันให้อภัยเธอแน่...........   ไอรัก

 


 

 

 

สรุป

-ซายน์กับไอรักมาปลูกถั่วกันหลังโรงเรียน

- แอบโดนไอรักปั่นหัวนิดหน่อย(?)

- ในขณะที่ตัดกระดาษเพื่อทำอุปกรณ์ทดลอง  ซายน์ก็เผลอทำมีดบาดนิ้วตัวเอง  เลือดกระฉูด

- ไอรักเอาเสื้อตัวเองเช็ดเลือดให้ แต่ซายน์โวยวายว่ามันสกปรก ไอเลยเอาเช็ดเสื้อซายน์แทน (...)  แล้วไปห้องพยาบาลทำแผลต่อ

- สองวันต่อมาซายน์ไปหลังโรงเรียนเพื่อไปจัดการกับชุดทดลอง  นัดไอรักไว้แต่ก็ไม่เห็นมาซักที

- เอาไปเอามาปรากฏว่าเธอมานั่งหลับอยู่ในศาลาริมทะเลก่อนเสียแล้ว

- ซายน์เห็นไอหลับแล้วคิดว่ารู้สึกชอบหน้าไอตอนนอนมากกว่าตอนตื่น (คิดอาร้ายย)

- แต่สุดท้ายก็ปลุก...

- วันต่อมามาดูแลถั่วเขียวตามปกติ แต่ไม่ปกติทันทีเมื่อเห็นว่ามีหนอนเกาะหัวไออยู่

- ซายน์เตือนไอไปด้วยความหวังดี  ไองง ๆ อยู่ก็ปัดหนอนออกมาใส่ซายน์ซะเต็มแรง

- ซายน์กรี๊ดตกใจมาก ทรุดลงไปกับพื้น นั่งตั้งสติซักพัก ลาไอรักแล้วเดินออกไป

- ซายน์ฝันร้ายทั้งคืน

- วันต่อมาไอรักเข้ามาหาซายน์และบอกให้แบมือหน่อย

- ซายน์แบมือ ไอรักเอาหนอนวางใส่

- ซายน์ตวาดใส่ไอรักทันใด ไอรักให้เหตุผลว่าอยากตรวจสอบสมมติฐานว่าซายน์กลัวหนอนจริงหรือเปล่า (และยิ้มด้วย)

- ซายน์สวดต่อด้วยความโกรธ แล้วเดินออกจากห้องไป

-  TBC

 

 

จากผปค.

ครึ่งแรกกับครึ่งหลังอารมณ์มันช่าง.........อา.....

ปิดท้ายด้วยดราม่าเล็ก ๆ ...ไอรักนี่ช่างชั่วร้ายน่ารักเสียจริงเลย (//พี่จูนไรเดอร์คิกรอบสอง)

Comment

Comment:

Tweet

อ๊ะอา!
ตายจริง
เปิดตัวคู่นี้ได้น่ารักดีแฮะ

#3 By ครูชา@Cubic on 2012-09-19 10:56

ไอรักซายน์...
ไอรักซายน์จริงๆ ด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

#2 By โซนิชคุง on 2012-09-16 21:30

ไอรักชั่วร้าย open-mounthed smile

#1 By เพทาย ณ CS on 2012-09-16 21:01